ค้นหา
 
 

Display results as :
 


Rechercher Advanced Search

Latest topics
» ขายกล้าพันธุ์ ไผ่บงหวาน , ไผ่ตงลืมแล้ง , ไผ่กิมซุ่ง , ไผ่ซางหม่น , ไผ่ดำ , ไผ่หก, ไผ่ไจแอ้นท์
Fri Jul 01, 2011 2:34 pm by Admin

» จำหน่ายกิ่งไผ่กิมซุง ไผ่ตงลืมแล้ง ไผ่เขียวเขาสมิง ไผ่อินโด และ ไผ่หม่าจู ไผ่หวานใต้หวัน ไผ่ซางหม่น ไผ่จีนปักกิ่ง 8 เดือนให้ผลผลิต รับจ้างปลูกไผ่ทั่วประเทศ
Fri Jul 01, 2011 2:32 pm by Admin

» เว็บไซด์เช็คราคาผลิตผลทางการเกษตร
Fri Jul 01, 2011 11:51 am by Admin

» เว็บไซด์เช็คราคาผลิตผลทางการเกษตร
Fri Jul 01, 2011 11:50 am by Admin

» เว็บไซด์เช็คราคาผลิตผลทางการเกษตร
Fri Jul 01, 2011 11:43 am by Admin

» หน่อไผ่ยักษ์
Fri Jul 01, 2011 11:37 am by Admin

» ไผ่ด่างหายาก
Fri Jul 01, 2011 11:36 am by Admin

» ปลาชะโดยักษ์
Fri Jul 01, 2011 11:31 am by Admin

»  ชมสวนไผ่ตงลืมแล้งที่สุพรรณบุรีครับ
Fri Jul 01, 2011 11:21 am by Admin

Top posters
Admin
 

ชมรมเกษตรปลอดสารพิษ ชุมชนเกษตรพอเพียง (ออนไลน์)

สวนไผ่ศรีสุพรรณ กับพื้นที่นา 3 ไร่ ปลูกไผ่ได้เงินแสนต่อปี

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป Go down

สวนไผ่ศรีสุพรรณ กับพื้นที่นา 3 ไร่ ปลูกไผ่ได้เงินแสนต่อปี

ตั้งหัวข้อ  Admin on Thu Jun 30, 2011 2:46 pm




"ไผ่" จัดเป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่สามารถปลูกในระบบเกษตรอินทรีย์และผลิตหน่อไม้ในระบบปลอดสารพิษได้ เนื่องจากเป็นพืชที่ไม่จำเป็นจะต้องใช้สารปราบศัตรูพืช ยิ่งไปกว่านั้นถ้าเกษตรกรที่มีหัวก้าวหน้าสามารถคัดเลือกสายพันธุ์ไผ่ปลูกหลายชนิด โดยใช้หลักการตลาดเป็นตัวตั้งจะสร้างรายได้ให้กับผู้ปลูกไม่น้อยกว่าพืชหรือไม้ผลชนิดอื่นๆ อย่างกรณีของ คุณสุพรรณ เมธสาร เจ้าของ "สวนไผ่ศรีสุพรรณ" บ้านเลขที่ 130/4 หมู่ที่ 1 ตำบลสามชุก อำเภอสามชุก จังหวัดสุพรรณบุรี 72130 โทร. (087) 097-7865 ได้เปลี่ยนพื้นที่นาเพียง 3 ไร่ มาปลูกไผ่ 5 ชนิด ทำรายได้ให้กับครอบครัวเป็นเงินแสนในแต่ละปี

ปัจจุบัน คุณสุพรรณปลูกไผ่อยู่ทั้งหมด 5 ชนิด ได้แก่ ไผ่จีนปักกิ่ง ไผ่ราชินี ไผ่เลี้ยง ไผ่หม่าจู และไผ่ลืมแล้ง เป็นต้น ในแต่ละชนิดจะมีข้อดี ข้อด้อย และตลาดขายแตกต่างกันออกไป



ไผ่จีนปักกิ่ง

เป็นไผ่ของสาธารณรัฐประชาชนจีน ที่คนจีนหวงแหนพันธุ์มากชนิดหนึ่ง คนจีนเรียกไผ่จีนปักกิ่งว่า "เม่งซุ่น"

คุณสุพรรณบอกว่า ไผ่จีนปักกิ่งปลูกได้ในสภาพภูมิอากาศของประเทศไทยได้เกือบทุกภาค แม้แต่พื้นที่ลุ่มภาคกลาง จัดเป็นไผ่ที่ปลูกง่าย ให้หน่อดก หน่อมีรสชาติดี กรอบและกรุบ คนไทยส่วนใหญ่ไม่ค่อยได้บริโภคหน่อไผ่จีนสด ส่วนใหญ่เคยบริโภคเฉพาะไผ่จีนอบแห้งที่มีพ่อค้านำเข้ามาขายในบ้านเรา ในเมืองจีนราคาซื้อ-ขาย ไผ่จีนปักกิ่งอบแห้งกิโลกรัมละประมาณ 200 บาท

คุณสุพรรณได้บอกถึงลักษณะของหน่อไม้ไผ่ชนิดนี้จะมีลักษณะเป็นปล้องกลวงๆ เมื่อนำมาอบแห้งจะดีมาก (ถ้าหน่อตันจะอบให้แห้งได้ยาก เนื่องจากมีน้ำมาก) ปัจจุบันคุณสุพรรณขายหน่อไผ่จีนปักกิ่งในราคากิโลกรัมละ 50 บาท ขนาดของหน่อสูงเฉลี่ย 30-50 เซนติเมตร มีน้ำหนักประมาณ 3 กิโลกรัม ต่อหน่อ ปัจจุบันที่สวนไผ่ศรีสุพรรณจะปลูกไผ่จีนปักกิ่งราวๆ 50-60 กอ โดยใช้ระยะปลูก 5x5 เมตร พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ประมาณ 64 กอ

ข้อดีอีกประการหนึ่งของการปลูกไผ่จีนปักกิ่งคือ มีช่วงระยะเวลาในการให้หน่อนาน คือจะเริ่มให้หน่อหลังจากหมดฤดูหนาว คือให้หน่อตั้งแต่เดือนกุมภาพันธ์-เดือนพฤศจิกายน ให้หน่อเกือบตลอดปี จะพักตัวเพียงช่วงหนาวเท่านั้น ในขณะที่ไผ่ตงที่ปลูกในบ้านเราจะให้หน่อในช่วงเดือนกรกฎาคม-เดือนพฤศจิกายนเท่านั้น กรณีที่เกษตรกรปลูกไผ่จีนปักกิ่งในช่วงต้นฤดูฝนเดือนพฤษภาคม 2550 เมื่อถึงเดือนกุมภาพันธ์ 2551 จะเริ่มแทงหน่อออกมา คุณสุพรรณยังได้บอกว่าประโยชน์ของไผ่จีนปักกิ่งนอกจากจะนำหน่อมาบริโภคสดแล้ว ขณะนี้เริ่มมีคนมาขอซื้อเพื่อนำไปผลิตตะเกียบและไม้จิ้มฟัน

คุณสุพรรณได้ย้ำถึงการสร้างรายได้จากการปลูกไผ่จีนปักกิ่งว่า "เป็นไผ่ที่มีประโยชน์มาก เมื่อเลี้ยงลำต้นให้มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางตั้งแต่ 3 นิ้ว ขึ้นไป จะขายได้ไม่ต่ำกว่าลำละ 50 บาท ขณะนี้มีเจ้าของโรงงานหลายแห่งในกรุงเทพมหานครมาติดต่อซื้อถึงสวนไผ่ศรีสุพรรณ และพร้อมที่จะทำสัญญาซื้อ-ขาย โดยมีการประกันราคาเพื่อนำไปผลิตเป็นตะเกียบและไม้จิ้มฟัน"



ไผ่ราชินี เป็นไผ่ของประเทศไทย

ที่มีลำสวยงามมาก

คุณสุพรรณมีประสบการณ์และศึกษาเรื่องไผ่มานานพบว่า "ไผ่ราชินี" ซึ่งเป็นไผ่ที่เกิดขึ้นในประเทศไทย เป็นไผ่ที่มีลำสวยงามมาก ลำใหญ่และตรง ผิวเป็นมัน หน่อนำมารับประทานได้ แต่รสชาติไม่อร่อยมากนัก และไม่ค่อยเป็นที่นิยมบริโภค แต่ถ้านำมาใช้ประโยชน์ในการผลิตเฟอร์นิเจอร์น่าจะเหมาะสมที่สุด ไผ่ราชินีจัดอยู่ในกลุ่มของไผ่ซางที่น่าขยายพื้นที่ปลูกอีกชนิดหนึ่ง



ไผ่เลี้ยง ไผ่ขนาดกลาง

นำมาใช้งานได้อย่างกว้างขวาง เพราะมีความหนาและแข็งแรง คุณสุพรรณได้บอกถึงลักษณะของไผ่เลี้ยงและเหตุผลที่ปลูกไผ่ชนิดนี้ ไผ่เลี้ยงจัดเป็นไผ่ขนาดกลาง ลำต้นมีสีเขียว ขนมีความละเอียดและมีสีขาวนวล บริเวณข้อของลำมีสีเขียวเห็นได้อย่างชัดเจน หน่อนำมาประกอบอาหารหลากหลายชนิดและจัดเป็นหน่อไม้ที่คนไทยนิยมบริโภคมากที่สุดชนิดหนึ่ง ข้อดีของไผ่เลี้ยงก็คือ ขายได้ทั้งหน่อและลำ ซึ่งแตกต่างจาก "ไผ่บ้าน" ซึ่งมีลำต้นตรงและมีความยาวของลำก็จริง แต่เนื้อไผ่ค่อนข้างจะบางและลำต้นกลวง อย่างไรก็ตาม ในการปลูกไผ่เลี้ยงเพื่อนำลำมาใช้จะต้องปลูกจนต้นไผ่มีอายุอย่างน้อย 2 ปี ถึงจะได้ลำไผ่ที่มีความยาวและเนื้อเหนียวแข็งแรง

ในการไว้หน่อไม้ไผ่เลี้ยงของเกษตรกรทั่วไป ส่วนใหญ่จะไว้ลำแม่กอละ 4-5 ลำ เท่านั้น และจะปล่อยให้ออกหน่อและตัดหน่อมาขาย ซึ่งแตกต่างจากการไว้หน่อของสวนไผ่ศรีสุพรรณจะมีการเลี้ยงกอให้มีรัศมีค่อนข้างกว้าง (แต่ละกอมีมากกว่า 10 ลำ) แต่จะมีการเว้นช่องไฟให้ห่างประมาณ 30 เซนติเมตร ต่อ 1 ลำ เพื่อมีพื้นที่ให้หน่อออก คุณสุพรรณยังแนะนำให้เกษตรกรที่จะปลูกไผ่เลี้ยงในเชิงพาณิชย์ควรจะเริ่มตัดลำขายเมื่อต้นไผ่มีอายุอย่างน้อย 2-3 ปี เพราะเกษตรกรจะได้ประโยชน์หลายต่อ แต่ปัจจุบันพบว่าเกษตรกรปลูกไผ่เลี้ยงไปได้เพียง 1 ปี ก็ตัดลำทิ้งบ้าง ขายบ้าง น่าเสียดาย คุณสุพรรณได้ย้ำว่าไม้ไผ่เลี้ยงที่มีอายุมากสามารถขายเพื่อผลิตเฟอร์นิเจอร์ หน่อที่ได้ก็มีคุณภาพดี เนื่องจากเมื่อต้นไผ่เลี้ยงมีอายุตั้งแต่ 2 ปี ขึ้นไป จะเป็นสาวเต็มตัวและสะสมอาหารไว้มากในการให้หน่อของไผ่เลี้ยง จริงๆ แล้วทำให้ได้หน่อตลอดทั้งปี ถ้ามีแหล่งน้ำที่อุดมสมบูรณ์ แต่ที่สวนไผ่ศรีสุพรรณจะให้หน่อในช่วงเวลา 8 เดือน และจะปล่อยให้พักต้นอีก 4 เดือน ขณะนี้ราคาซื้อ-ขาย ลำไผ่เลี้ยง เฉลี่ยลำละ 10-15 บาท (ขนาดความยาวประมาณ 6 เมตร)

มีคำเตือนจากคุณสุพรรณฝากถึงเกษตรกรที่คิดจะปลูกไผ่เลี้ยงเชิงพาณิชย์ในอนาคตจะต้องเฝ้าระวังเรื่องการออกดอก (ไผ่เลี้ยงออกดอกแล้วจะตายขุย) ขณะนี้คุณสุพรรณเริ่มเพาะเมล็ดไผ่เลี้ยงไว้บ้างแล้ว สำหรับวิธีการแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของเกษตรกรที่ปลูกไผ่เลี้ยงทั่วไปเมื่อพบลำไผ่ที่ออกดอกก็จะตัดทิ้งทันที ให้แตกกอออกมาใหม่เมื่อเริ่มออกดอกจะต้องตัดทิ้งทันที จะสามารถยืดอายุต้นไผ่เลี้ยงได้



ไผ่หม่าจู หรือบางคนเรียก ไผ่ไต้หวัน

มีลักษณะใกล้เคียงกับไผ่ปักกิ่ง คุณสุพรรณได้บอกถึงความแตกต่างระหว่างไผ่หม่าจูกับไผ่จีนปักกิ่งว่า จะแตกต่างกันที่สีของหน่อไผ่หม่าจูจะมีสีจางกว่า และส่วนของใบไผ่มีขนาดใหญ่กว่า (ขนาดของใบไผ่หม่าจูมีขนาดความกว้างถึง 6 นิ้ว) ปัจจุบันคุณสุพรรณเก็บใบไผ่หม่าจูขายให้แม่ค้าในตลาดสามชุกเป็นประจำ ขายในราคา 5 ใบ ต่อ 1 บาท เพื่อนำใบไปห่อบ๊ะจ่าง ทุกวันนี้คุณสุพรรณมีรายได้จากการขายเฉพาะใบไผ่หม่าจู เฉลี่ยวันละ 200 บาท โดยเก็บตอนเช้า วันละ 1,000 ใบ ใช้แรงงานเพียง 2 คน กับภรรยา โดยการสอยกิ่งแขนงลงมา ในแต่ละแขนงจะมีจำนวน 5-6 ใบ นำมานับใส่ถุง ถุงละ 20 ใบ เมื่อนำใบสดๆ มาห่อบ๊ะจ่างและนำมานึ่งจะได้บ๊ะจ่างที่สวยและน่าซื้อ ในขณะที่ใบไผ่ที่นำเข้ามาจากสาธารณรัฐประชาชนจีนจะเป็นใบที่ตากแดดเดียว (ขั้นตอนการทำคือ ต้มน้ำเกลือให้เดือด แล้วจุ่มใบไผ่หม่าจูเพียงแป๊บเดียว แล้วนำขึ้นมาตากแดดเดียว) ราคาขายใบไผ่หม่าจูแห้งที่ตลาดเยาวราชกิโลกรัมละ 160 บาท นอกจากขายใบแล้ว หน่อจากไผ่หม่าจูมีรสชาติอร่อยมาก โดยเฉพาะในเรื่องของความกรอบ หลายคนที่เคยรับประทานต่างก็ยอมรับในความกรอบและมีรสชาติอร่อยกว่าไม้ไผ่ตงบ้านเรา สำหรับความเป็นมาของการนำพันธุ์ไผ่หม่าจูมาปลูกในประเทศไทย บ้างก็ว่าได้มาจากสาธารณรัฐประชาชนจีน บางแหล่งก็ว่ามีคนอีสานไปทำงานที่ประเทศไต้หวันและนำพันธุ์เข้ามาปลูก

คุณเมธี มานะพงศ์ ผู้อำนวยการกลุ่มงานพัฒนาเกษตรพื้นที่สูง กรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า "ไผ่หม่าจู เป็นไผ่ที่มีพื้นที่ปลูกมากทางตอนใต้ของประเทศจีน และทางตอนเหนือของประเทศพม่า และปลูกกันในเชิงพาณิชย์ใช้ทั้งบริโภคหน่อและการขายลำไม้ไผ่" คุณเมธียังบอกถึงประโยชน์ของไผ่หม่าจูว่า เมื่อนำมาบริโภคสดจะมีรสชาติหวาน จะนำไปแปรรูปเป็นหน่อไม้ดองหรือหน่อไม้แห้งก็ได้ ในเรื่องของการให้ผลผลิตต้นไผ่หม่าจูจะให้ผลผลิตภายใน 2 ปี หลังจากปลูก การปลูกไผ่หม่าจูควรปลูกในช่วงต้นฤดูฝน หลังจากหมดฤดูฝนต้นไผ่หม่าจูจะแทงลำออกมาประมาณ 2-3 ลำ ซึ่งมีขนาดของลำโตพอที่จะทนต่อสภาพแห้งแล้งได้ เมื่อถึงฤดูฝนในปีต่อไป ต้นไผ่หม่าจูจะมีการเจริญเติบโตอย่างรวดเร็วและเกษตรกรผู้ปลูกสามารถเก็บหน่อสดได้ในช่วงปลายฝนของปีนั้นได้เลย และหน่อที่แทงออกมาจะมีขนาดใหญ่

สำหรับการปลูกไผ่หม่าจูในเชิงพาณิชย์ คุณเมธีแนะนำให้ใช้ระยะปลูก 6x8 เมตร (ระยะระหว่างกอ 6 เมตร ระยะระหว่างแถว 8 เมตร) พื้นที่ 1 ไร่ ปลูกได้ประมาณ 33 ต้น เมื่อไผ่มีอายุได้ 2 ปี แสงแดดที่ส่องลงมาที่พื้นดินเริ่มน้อย เกษตรกรควรจะหารายได้เสริมด้วยการปลูกพืชที่ต้องการแสงน้อยแซมเพื่อเพิ่มรายได้ อาทิ พืชสมุนไพรพื้นบ้าน เป็นต้น แมลงศัตรูของไผ่หม่าจูที่พบมากคือพวกผีเสื้อเข้ามากัดกินและม้วนใบเพื่อหลบซ่อนเป็นที่อยู่อาศัย ควรใช้สารสกัดจากธรรมชาติ เช่น สารสกัดจากสะเดาฉีดพ่นสัปดาห์ละครั้งเพื่อเป็นการไล่แมลงออกไป

สำหรับวิธีการเก็บเกี่ยวผลผลิต สามารถเก็บหน่อครั้งแรกช่วงปลายฤดูฝนในปีที่ 2 หน่อจะมีขนาดสมบูรณ์ที่สุด เวลาตัดหน่อให้ตัดเหลือตาไว้ที่โคนหน่อที่อยู่เหนือพื้นดินขึ้นมาประมาณ 2-3 ตา เพื่อที่จะให้ตาเหล่านี้แตกเป็นหน่อในปีถัดไป ควรเว้นหรือเก็บหน่อที่แทงออกด้านนอกกอลักษณะเป็นวงกลม หน่อมีความสมบูรณ์ กอละ 9-14 หน่อ เก็บไว้เป็นลำแม่เพื่อสะสมอาหารให้กับต้นไผ่ ในการปลูกไผ่หม่าจูเพื่อผลิตหน่อไม้สดให้มีคุณภาพดี จะมีวิธีการครบหน่อหรือหมกหน่อเช่นกัน เป็นการป้องกันหน่อไม่ให้ถูกแสง การครอบหน่อจะช่วยเพิ่มคุณภาพของหน่อไม้ในด้านของสี รสชาติและความแน่นของเนื้อ กล่าวคือ หน่อที่ได้จากการครอบสีของหน่อจะเหลืองสดใส หน่ออวบ เนื้อขาว รสชาติหวาน เนื้อแน่นกรอบ



ไผ่ตงลืมแล้ง

หรือที่หลายคนเรียกว่า ไผ่อินโดจีน

คุณสุพรรณบอกว่า ไผ่ตงลืมแล้ง จัดเป็นไผ่ตระกูลเดียวกับไผ่ตง เปลือกมีสีเขียวและบาง (หน่อไม้ไผ่ตงลืมแล้ง 1 หน่อ มีน้ำหนัก 1 กิโลกรัม เมื่อปอกเปลือกแล้วจะเหลือหน่อไม้ที่บริโภคได้ถึง 700 กรัม) ไผ่ตงลืมแล้งมีลักษณะเด่นตรงที่ให้หน่อตลอดทั้งปี ปลูกง่ายและใช้น้ำน้อย นอกจากนั้น ลำไผ่สามารถใช้เป็นหลักเลี้ยงหอย ใช้ในงานก่อสร้างและงานหัตถกรรมจักสานได้เป็นอย่างดี

การปลูกไผ่ของ "สวนไผ่ศรีสุพรรณ"ยึดหลัก "การตลาดนำหน้าการผลิต"หน่อจากไผ่ปักกิ่งและไผ่หม่าจูขายตลาดบนราคากิโลกรัมละ 50 บาท หน่อจากไผ่เลี้ยงและไผ่ตงลืมแล้งขายกิโลกรัมละ 10-20 บาท และยังขายลำและใบทำให้มีรายได้เป็นประจำทุกวัน

หนังสือ "ปลูกไผ่ได้เงินแสนในพื้นที่เพียง 3 ไร่" พิมพ์ 4 สี มีแจกฟรีพร้อมกับหนังสือ "ไม้ผลแปลกและหายาก" รวม 116 หน้า เกษตรกรและผู้สนใจเขียนจดหมายสอดแสตมป์ 50 บาท ส่งมาขอได้ที่ ชมรมเผยแพร่ความรู้ทางการเกษตร เลขที่ 2/200 ถนนศรีมาลา ตำบลในเมือง อำเภอเมือง จังหวัดพิจิตร 66000 โทร. (056) 613-021, (056) 650-145 และ (081) 886-7398

Admin
Admin

จำนวนข้อความ : 30
Join date : 30/06/2011

ดูข้อมูลส่วนตัว http://kasetbanrao.forumth.com

ขึ้นไปข้างบน Go down

อ่านหัวข้อก่อนหน้า อ่านหัวข้อถัดไป ขึ้นไปข้างบน

- Similar topics

 
Permissions in this forum:
คุณไม่สามารถพิมพ์ตอบ